| dragon-pokemon's profileSpace ของ anongnatPhotosBlog | Help |
Space ของ anongnat |
|||||
|
|
March 21 My busy day!Oh! Today is very busy...
Since I arrived office at 7.30 am.
I wrote memo to accountant for paying NGV gas.
Check documents for sending.
Clear money with Accountant.
Contact witz After Sales Service for buses.
Check flights CNX to BKK for boss.
Looking for someone for buying air ticket.
But everything ok,
but I don't know, in the afternoon I will meet what?
Everthing will ok or not?
anyways,
Now I have to wash dish...I just finished eat.
see you again!
bye
หัวข้อการพูดคุย อันนี้น่ะ โฟร์-มด เฮ้ยยยย ไม่ใช่ จอยกะฝน น่ะ
ข้อความ เพื่อน คำนี้ เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่นะ แต่ก็ยังแพ้ความหมายของ คำว่า พ่อ กะ แม่ อยู่ ดี เพราะท่านรักเราโดยไม่หวังอะไรเลย แต่พ่อกะแม่คนอื่นเราไม่รู้นะ เรารู้แต่พ่อกะแม่เราเท่าน้น เพื่อนก็เหมือนกัน เราเจอแต่เพื่อนที่ดี คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ก็ดีแล้วล่ะ อย่างเช่น ฝน เพื่อนเราดีมากๆ จนเราดูเป็นคนไม่ดีเลยล่ะ เหอ ๆๆๆๆ รู้จักกะฝนมากี่ปีแล้วนะ 2 ปี แล้วล่ะ ตอนเจอกันครั้งแรกไม่ค่อยถูกชะตาหรอกนะ จะบอกให้ แต่พอได้รู้จักกันจริง ๆ ฝนเป็นอะไรที่ดีมากเลย ไม่เคยเอาแต่ใจ ตามใจเพื่อนตลอด (ตามใจจะไป...ไหน) เป็นเพื่อนที่ไปซื้อซองแล้วไม่เคยบ่น รอนานยังไงก็รอไหว ตลกด้วย เอาพอแล้ว เดี๋ยวมันเหลิง คบกันครบ 3 ปี ก่อน แล้วเราจะบรรยายใหม่ว่านิสัยจะเหมือนเดิมหรือเปล่า เหอๆๆๆๆ อันนี้น่ะ โฟร์-มด เฮ้ยยยย ไม่ใช่ จอยกะฝน น่ะ March 07 เจอกันอีกวันนะสวัสดีจ้าทุกคน
เจอกันอีกวันนะ วันนี้จะเล่าให้ฟังต่อจากเมื่อวานดีหรือเปล่า แต่อย่าเลย อดีตก็คืออดีต ลืมไปหมดแล้ว เอาปัจจุบันวันนี้ดีกว่า วันนี้ตอนเช้าน่ะ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางนา 2 มาตรวจร่างกายประจำปี แหม ก็ตรวจกับเค้าด้วย เพราะอยากตรวจว่าตัวเอง สายตายังดีอยู่หรือเปล่า เพราะอายุเยอะแล้ว ตั้ง 28 ปีแน่ะ ปรากฏว่ามันก็ยังดีอยู่นะ แต่ตาข้างซ้ายชักจะมีปัญหา เอาน่าจะถนอมดวงตาให้มากขึ้น แต่จะใช้คอมฯ ให้น้อยลงคงไม่ได้ เพราะทำงานต้องใช้คอมฯ ตลอดเลย ปัญหาอีกอย่างนึงก็คงจะเป็นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีก 6 กก. แหนะ โหทำได้ไงนี่ แทบช็อก จะลดอาหารเย็นแล้วนะ เอาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลย แต่ว่าตอนเที่ยงนี่สิ กินเยอะมาก ๆ ต่อไปก็จะกินน้อย ๆ เราจะต้องทำให้น้ำหนักเท่าเดิมให้ได้
วันนี้งานก็ไม่เยอะเท่าไหร่นะ ตอนเช้าก็ทำใบเสนอราคา แล้วก็ส่งแฟกซ์ ตอนนี้ก็นั่งทำสรุปของตัวเองว่าเรียนรู้อะไรไปบ้างกับงานที่ทำ พยายามกอบโกยไว้ให้ได้เยอะๆ เวลาเราไปทำที่อื่น เราจะได้นำความรู้เหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ อยากทำงานหลาย ๆ แนวนะ แต่ขอแบบไม่ต้องบริการลูกค้าได้น่ะยิ่งดี เพราะเราน่ะเบื่อแสนเบื่อ ด่ากลับก็ไม่ได้ เก็บกด แต่ก็ไปเคยไประบายใส่ใครนะ เวลาเราโกรธมาก ๆ เราก็เอากระดาษมาเขียนชื่อแล้วก็ขีดๆ ฆ่า ๆ มันเดี๋ยวเดียวอารมณ์ก็จะกลับมาเหมือนเดิม เรามีทางระบายที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็แล้วกันน่า ไม่เหมือนกับบางคนหรอก เห็น call center เป็นที่ระบายอารมณ์ไปซะอย่างงั้น call center ที่ดีก็มีเยอะ ที่ไม่ดีนะมีน้อย แต่เวลาเจอส่วนใหญ่เราจะเจอคนที่ไม่ดีซะมากกว่า ไม่รู้เป็นไงสิน่า ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับดวงเหมือนกันนะ ฮิๆๆๆ
ชอบงานบริการนะ แต่ไม่ชอบลูกค้าจู้จี้จุกจิก ชอบงานเอกสารด้วย แต่ไม่ชอบเจ้านายจู้จี้จุกจิก แต่เราจะหาอะไรที่มัน perfect ไปเสียทุกอย่างไม่มีหรอกนะ ต้องทำใจ
เอาล่ะ ถ้าเพื่อน ๆ ทีเป็น call center อ่านอยู่นะ ก็จะเป็นกำลังให้นะ เพราะบางทีลูกค้าก็แสนจะงี่เง่า แต่มีส่วนน้อย ลูกค้าที่ดีก็มีถมเถไป เราเอาแต่สิ่งดี ๆ มาใส่ในชีวิตดีกว่า สิ่งไม่ดีก็ลืม ๆ มันไปซะ ถ้าเรารักการบริการนะ เราก็ทำให้เต็มที่กับงานนั้น แต่ถ้าเราไม่รัก ก็อย่าทู้ซี้ ทำมันเลย จะเสียสุขภาพจิตเปล่า ๆ ทั้งเราและเขา
สำหรับคนที่เป็นลูกค้าใช้บริการของเค้านะคะ ถ้าอ่านอยู่ ก็โปรดเข้าใจด้วย ว่าถ้าอยากได้รับบริการที่ดีเราก็ควรจะพูดดีๆ กะเค้านิดนึง เท่านี้คนที่บริการเรา เค้าก็เต็มใจบริการเต็มที่แล้ว แต่ถ้าเจอคนที่กวน ตีน ก็กวนตอบไปเลยค่ะ (แหม ส่วนมากคนมีการศึกษาเค้าไม่ทำกันหรอกทั้งเราและเค้า) อยู่ในสังคมเดียวกันก็น่าจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน ลองสมมติว่าเราทำงานอยู่ตรงนั้นและเจออะไรที่มันหนัก ๆ ดูนะคะ เราจะทำอย่างไร
แต่เดี้ยนก็เข้าใจนะคะ ว่าคนเรา มักจะเห็นประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ทุกคนต้องบริการเราให้ดี เพราะคุณทำหน้าที่นี้แล้ว ไม่ว่าจะเจออะไรก็ต้องบริการให้ดี ต้องไม่ขึ้นเสียงกะลูกค้า ต้องนอบน้อมกับลูกค้า แต่แหม คนทุกคนก็เป็นมนุษยปุถุชนธรรมดา ก็ต้องมีบ้างแหละค่ะที่จะหลุดอะไรๆ ออกมา แต่จะมากจะน้อยนั่นขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย อารมณ์ของแต่ละคน
อย่างเดี้ยนเองน่ะ เป็นคนใจเย็นแล้วนะคะ บางทีก็มีหลุดเหมือนกัน แหม อย่างถ้าเราอธิบายแล้วเค้าเข้าใจง่าย ๆ ก็ดีสิคะ แต่นี่เล่นไม่เข้าใจเอาเสียเลย หรือไม่ก็สื่อสารไม่ตรงกัน พูดอีกอย่างตีความหมายไปอีกอย่างใครจะไปตรัสรู้ได้ล่ะคะ ไม่ใช่เทวดานี่
อีกพวกก็พวกชอบอวดตัว แหมโทรมาจากเมืองนอก ไม่บอกก็รู้ย่ะ เพราะโทรศัพท์มันโชว์เบอร์อยู่ แล้วจะให้เราหาข้อมูลเร็ว ๆ เพราะพวกหล่อนน่ะจะเปลืองเงิน แล้วสะเหร่อโทรมาทำไมไม่ทราบ เราไม่ได้เป็นคอมพิวเตอร์นี่ ถึงจะบอกปุ๊บได้คำตอบปั๊ป ข้อมูลมีเยอะแยะไปหมดไม่มีใครมานั่งจำหรอก ขนาด Search ใน Google ยังขึ้นมาตั้งหลายคำตอบ เราก็ต้องมาคัดว่าอันไหนตรงกับที่เราต้องการ ถ้าไม่ใช่ เราก็ต้องใส่ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ มันก็ใช้หลักการเดียวกันนั่นแหละค่ะ เราก็ต้องสอบถามข้อมูลลูกค้าเพิ่ม ไม่มีเจ้าหน้าที่ call center ที่ไหนอยากบริการลูกค้าช้าหรอกค่ะ เค้าเองก็ไม่อยากจะคุยกะคุณนานนักหรอก ไม่ได้คิดพิศวาสเลย ให้ตายเถอะ แหม ยิ่งคุยเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี เพราะลูกค้าท่านอื่นรออยู่อีกตั้งหลายท่าน แล้วอีกอย่างนะ ประเภท เป็นคนไทย แต่ได้ผัวฝรั่งน่ะ แหม ชอบทำกระแดะพูดไทยไม่ชัด พอให้สะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ก็บอกไม่รู้ พูดได้แต่ภาษาเยอรมัน แหม มันจะเรียกว่าอะไรดีคะ คนเราตั้งแต่เด็กนี่ไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษกันเลยหรือไง หรือไม่พวกรากฐานศัพท์เหล่านี้ก็มาจากภาษาอังกฤษนั่นแหละ ได้ผัวญี่ปุ่น ก็บอกสะกดไม่ได้ ได้ผัวฝรั่งเศส ก็บอกไม่ได้ กะอีแค่ เอ บี ซี ดี นี่นะ อะไรมันจะเว่อร์ขนาดนั้น เฮ้อ! คนเรา ทีภาษาอื่นๆ ที่ใช้แล้วทำให้ได้สามี ยังไปเรียนมาจนรู้เรื่อง ได้สามีเป็นตัวเป็นคน กะอีแค่หัดท่อง เอ บี ซี ดี แค่นี้ทำไม่ได้เชียวเหรอ แค่ใช้สะกดชื่อกะนามสกุลน่ะ ไม่ได้ขอมากมายเลยนะนี่
แต่นะ ที่พูดมาทั้งหมดนั่นน่ะ ประสบการณ์มา 2 ปีเต็ม รู้ซึ้งเลยล่ะ แต่ถ้าเจอลูกค้าดีนะ พูดกะเราเพราะๆ เรานะพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ ให้ข้อมูลมาน้อย เราก็ช่วยหาคนเจอคำตอบ แค่ใส่คะ ขา ลงไปในประโยคมันจะทำให้คุณตายหรือไงนะ แต่ในชีวิตการเป็น call center ของเรานะ เจอลูกค้าที่ดีเย๊อะ เยอะ เยอะกว่าไม่ดีอีก เท่านี้เราก็ดีใจแล้ว แต่ถ้าเจอแบบเบ่งมาเราน่ะ จะเล่นตอบแบบเย็นๆ สั้นๆ กดเสียงต่ำๆ ถามคำตอบคำ นั่นแหละคือเราเริ่มไม่พอใจ และถ้าไม่ฟังที่เราอธิบาย เราก็จะขึ้น คุณคะ ทันที แต่น้อยนะ ถ้าลูกค้าคนไหนเจอเราทำน้ำเสียงแบบนั้น ก็แปลว่าลูกค้าคนนั้นสุด ๆ แล้วล่ะ แต่เราไม่เคยด่าลูกค้าหรอกนะ แต่ถ้าวางสายไม่แน่ (ด่าไปเค้าก็ไม่ได้ยินหรอก)
ที่จริงงาน call center ก็สนุกนะ ทำให้เราเป็นคนใจเย็นได้เหมือนกัน ได้ทักษะในการพูดด้วย หัดฟังคนอื่นพูดมากขึ้น แต่เวลาเราอธิบายก็ต้องฟังเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆๆ
ที่เราเปลี่ยนงานใหม่ก็เพราะว่า เราคิดถึงอนาคตน่ะ อยากหาประสบการณ์หลาย ๆ รูปแบบ ทำงานหลาย ๆ ด้าน ดูสิว่าเราจะทำได้ไหม อย่างเราจบรัฐศาสตร์มา ด้านบริหารรัฐกิจ เวลาจบไม่ได้ทำงานด้านที่ตัวเองเรียนมาหรอก เป็น โอเปอเรเตอร์ call center และเจ้าหน้าที่ประสานงานฝ่ายขาย เงี๊ยะ มันตรงตรงไหน ก็ไม่รู้ แต่เราก็ทำได้ทุกอย่างแหละ March 06 รู้จักฉันรู้จักเธอ ภาคภาษาไทยสวัสดีจ้า
จอย จ้า ตอนนี้อายุ โอ้ย อย่าพูดถึงเลย เพราะมันเลย 20 มาหลายปีแล้ว เซ็งสุด ๆ ทำไม คนเราต้องแก่ด้วยนะ
แต่เอาเถอะ ถึงยังไง เราก็ว่าเรายังเด็กอยู่นะ ตราบใดที่เรายังมะมีแฟน และยังไม่แต่งงาน ก็ยังของตังค์พ่อกะแม่ได้อยู่หรอก ถ้าพวกท่านมีให้ขอนะ เหอๆๆๆ แต่คงยากแล้วล่ะ งานนี้
เราก็เรียนมาหลายโรงเรียนนะ ประถม ก็ 2 โรงเรียน มัธยมก็ 2 โรงเรียน เพื่อนเลย ค่อนข้างเยอะ แต่จริง ๆ เราคบอยู่ไม่กี่คนหรอก เพราะเพื่อนมันเลิกคบเราแล้ว คงเพราะเรานิสัยไม่ดีมั้ง เหอๆๆๆๆ ก็ยังคบกันอยู่นั่นแหละ แต่ต่างคนต่างทำงานและก็คนกันไกลแสนไกล เบอร์โทรก็ไม่รู้จัก เพราะสมัยนั้นยังไม่มีเบอร์โทร จะติดต่อก็ยากแสนยาก ส่งจดหมาย ถึงมั่ง ไม่ถึงมั่ง เลยเลิกเลย วัยรุ่นเซ็ง
ตอนนี้เราเองก็ทำงานอยู่ กทม. อยากกลับบ้านมาก ๆ แต่นะ ประสบการณ์ยังไม่เยอะเท่าไหร่ หางานก็ค่อนข้างลำบาก กะว่าจะทำงานทุกอย่างเลย รับรองว่ามันต้องมีสักบริษัทที่รับคนมีฝีมืออย่างเราเข้าทำงาน
งานแรกของเราน่ะเหรอ ถ้านานหน่อยนะก็ 1 ปี 8 เดือน เป็นโอเปอเรเตอร์ สนุกนะ เราน่ะชอบที่นี่นะ แต่ก็มีเหตุให้ต้องออกไป และที่ ๆ 2 ที่ ก็โอเปอร์เรเตอร์เหมือนกัน ได้ 11 เดือน ที่นี่ก็สนุก แต่เจ้านานดิโคตรดุเลย หลังจากนั้นมาเป็น Call Center สุดแสนจะสนุก เพือนเยอะ แต่เครียดกับลูกค้าแทน เหอ ๆๆ ทำมาได้ 2 ปี ยังไม่ได้บรรจุสักที ก็เลยพิจารณาตัวเอง ลาออกดีกว่า อยู่ที่นี่นะทำสัญญาใหม่ทีต้องทดลองงาน 4 เดือนแหนะ แล้วกว่าจะได้บรรจุมิต้องทดลองงานกันเป็นปี เหรอไง แล้วไอ้ทีทำงานมาเป็นปีสองปี นี่ผลงานไม่เข้าตาบ้างหรือไงนะ
เอาเรื่องอื่นบ้างดีกว่า คืองี้นะ เราน่ะชอบอ่านหนังสือมากเลย โดยเฉพาะแนวสืบสวน สอบสวน หรือ แนวโรแมนติกก็ชอบนะ อ่านแล้วเพลิน ไม่นอนยังได้เลย อ่านแล้วก็จินตนาการว่าเราจะฆ่าคนที่เราไม่ชอบอย่างไรดี ถึงจะไม่ถูกจับนะ เหอๆๆๆ สยองจัง
เอาล่ะ วันนี้เราต้องเตรียมตัวกลับบ้านก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ถ้าว่างเราจะมาเขียนให้อ่านใหม่ อ่านจนตาแฉะไปเลย สำหรับคนที่ชอบอยากรู้อยากเห็นน่ะ
บาย ๆ สำหรับวันนี้ โชคดีทุกคนนะ
Do you know me? My name is Joy, I knew about this World on August 10, 1979. I went to school like everybody or no? When I was 7-9, I studied at Amphawat School, 10-12 studied at Watkhajornbumrung School, 13-15 at Thachana School, 16-18 at Suansri Witthaya School and got Bachelor Degree at Ramkhamheang University. I have 2 sisters and 2 brothers, We love together. But I think I love my younger brother more than. But my parents important more than one. I like Rabbits and Hamsters, Now I take care 9 Hamsters. I thinking who will make me love ..... more than my family (I'm single) Ha ha !!!
Now,I work at Golden Dragon Motor Co.,ltd. My position is Sales Coordinator. It's interesting, made me forgot time, the time alway fast.
My favorit...Color is blue and red. Food is rice and KaengSom, Somtom and Tomyum Kung. Sweet is Foi-Tong Krob. Fruits are grapes and bananas. Book : ramance books and detective/investigate books. Song: Pop songs. TV: RaberdTeadTueng Programme and At Ten (Dan Dara) in Thailand.Pet is Rabbits and Hamsters.
My love friends are Ya, Ni, Khae,Anek,Joke,Fon. Everybody have to visited me at room, except Anek. My friends , everybody is lovely.
My future, I think I will have my business. about Internet Cafe...hum but it difficult, anyway I interest open the book shop (for rent), I love reading but some books are expensive..I must buy them from second book shops.
O.K I think you knew me already, enough or not. Pleas tell me. |
||||
|
|